โรคความดันโลหิตสูง โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย!

โรคความดันโลหิตสูง โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย!

โรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ติดอันดับหนึ่งของการเป็นโรคอัมพาต อีกทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ดังนั้น การรู้เท่าทันในเรื่องของการป้องกัน หรือแม้แต่เรื่องการรักษาโรคความดันโลหิตสูง จึงสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคชนิดอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

โรคความดันโลหิตสูงคืออะไร

โรคความดันโลหิตสูง หรือมีชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่า ภาวะความดันโลหิตสูง คือโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดในกลุ่มผู้ใหญ่ โดยโรคชนิดนี้จะพบบ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และยังพบในกลุ่มผู้สูงอายุสูงขึ้นอีกด้วย สำหรับบางประเทศก็พบผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง

1.พันธุกรรมถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และจะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคดังกล่าวที่มากขึ้นหากคนในครอบครัวเป็นโรคชนิดนี้อยู่ด้วย

2.เกิดจากการมีน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วน เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ส่วนหนึ่งเกิดจากการเป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดต่างๆ เกิดอาการตีบจากไขมันไปเกาะอยู่ที่ผนังของหลอดเลือด จึงส่งผลทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงต่อไป

3.เกิดจากการเป็นโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากโรคไตเรื้อรังจะส่งผลต่อการสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนที่มีหน้าที่ในการควบคุมความดันโลหิตอยู่แต่เดิมแล้ว

4.เกิดจากการสูบบุหรี่ เนื่องจากสารพิษของควันบุหรี่นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ จนทำให้เกิดการอักเสบ และการตีบตันของหลอดเลือดต่างๆ

5.เกิดจากการดื่มสุรา เนื่องจากการดื่มสุราถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากการดื่มสุราจะส่งผลต่อการทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ

6.เกิดจากการทานอาหารที่มีรสชาติเค็มอย่างสม่ำเสมอ เพราะความเค็มที่ร่างกายได้รับในปริมาณที่มากและบ่อย จะส่งผลต่อการทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

7.การใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

อาการของโรคความดันโลหิตสูง

โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักจะไม่มีอาการอะไรที่แสดงออกมาบ่อย เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวอยู่เสมอ จึงทำให้ผู้ป่วยไม่ค่อยมีอาการที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้อาการของผู้ป่วยมักจะมาพร้อมกับการเป็นโรคหัวใจวาน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาด โรคไตวาย และโรคตามัวนั่นเอง

ความสำคัญต่อการรักษาโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงมีโอกาสที่หายเป็นปกติ หากผู้ป่วยรู้จักใส่ใจในเรื่องของการทานยา งดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ควรทาน โดยการทานยา และการใส่ใจในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มที่มีความเหมาะสมต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงนั้น จะส่งผลทำให้อาการต่างๆ เช่น วิงเวียนศีรษะ มึนงง เป็นต้น ค่อยๆ ลดลงและหายไป

การรักษาโรคความดันโลหิตสูง

สำหรับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงนั้นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ การรักษาด้วยการใช้ยาและการรักษาโดยการไม่ใช้ยา รวมทั้งต้องได้รับการป้องกันและการรักษาโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยในส่วนของยาที่ต้องทานนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้จ่ายยาให้ และสิ่งที่ผู้ป่วยควรทำก็คือการทานยาให้ตรงเวลาและทานตามที่คุณหมอแนะนำนั่นเอง

โรคความดันโลหิตสูงไม่ใช่โรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่อาการที่แสดงออกให้เห็นนั้นจะดีขึ้นหรือแย่ลง ขึ้นอยู่กับการใส่ใจของผู้ป่วยแค่นั้นเอง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://th.wikipedia.org/wiki/ความดันโลหิตสูง

โรคเบาหวาน ถ้ารู้จักและเข้าใจ อาการก็ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด!

โรคเบาหวาน ถ้ารู้จักและเข้าใจ อาการก็ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด!

หลายคนทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง และยังเป็นโรคที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ รวมทั้งมีผลต่อปัญหาในช่องปาก รวมทั้งตา ไต หลอดเลือด และหัวใจ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะมองว่าโรคเบาหวาน คือโรคร้ายที่ไม่ควรเผชิญจะเป็นการดีที่สุด แต่เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะมีโอกาสเป็นหรือไม่เป็นโรคนี้ ทุกคนจึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคชนิดนี้ด้วยกันทุกคน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการทานอาหารและการดูแลสุขภาพของแต่ละคนด้วยเช่นกัน

โรคเบาหวานคืออะไร

โรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายของคนเรามีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน จึงทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานาน จนทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามอวัยวะต่างๆ เช่น  ตา ไต xxx และระบบประสาท

อาการของโรคเบาหวาน

อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 จะมีอาการที่ค่อนข้างเฉียบพลัน เช่น ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดลง มีอาการหิวบ่อย และบางท่านจะมีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานเข้ามาด้วย เช่น ภาวะเลือดเป็นกรด ในส่วนของอาการของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีอาการที่แสดงออกอย่างช้าๆ จนบางครั้งผู้ป่วยเองก็ไม่ทันสังเกต เช่น น้ำหนักลด ดื่มน้ำเก่ง รับประทานอาหารเก่ง ปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางวันและกลางคืน

วิธีการรักษาโรคเบาหวาน

1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น หมั่นออกกำลังกายบ่อยๆ และรู้จักควบคุมในเรื่องอาหาร โดยเน้นการทานอาหารที่ช่วยรักษาโรคเบาหวาน และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลต่อการทำให้อาการโรคเบาหวานแย่ลง

2.ควรงดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้อาการของโรคยิ่งแย่ลง อีกทั้งยังทำให้การรักษาไร้ประสิทธิภาพ

3.ดูแลสุขภาพทั่วไปให้ดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการควบคุมความต้องการทานอาหารที่ส่งผลทำให้อาการแย่ลง และควรทำให้จิตใจผ่อนคลายไม่มีความกังวลใดๆ

โรคเบาหวานอาจเป็นโรคที่ใครหลายๆ คนหวาดกลัว เพราะเป็นโรคที่มีส่วนต่อการทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ จนทำให้ร่างกายดูแย่ลง แต่หากคุณรู้จักในการควบคุมอาหาร และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะช่วยให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็จะมีอาการที่ดีขึ้น ส่วนคนปกติก็มีโอกาสห่างไกลจากโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

รู้ทันโรคหัวใจกับวิธีเฝ้าสังเกตอาการด้วยตัวคุณเอง

รู้ทันโรคหัวใจกับวิธีเฝ้าสังเกตอาการด้วยตัวคุณเอง

โรคหัวใจ คือ โรคที่เกิดจากอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย โดยจะมีอาการเหนื่อยง่าย หรือบางครั้งมีอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งโรคดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพ และการปฏิบัติตัวที่มีความเหมาะสม ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย รวมทั้งเรื่องอาหารการกิน วันนี้เราได้นำเนื้อหาเกี่ยวกับโรคหัวใจมาฝากคุณผู้อ่าน เพื่อจะได้รู้และเข้าใจอาการของโรคมากยิ่งขึ้น

โรคหัวใจคืออะไร

โรคหัวใจ คือโรคที่เกิดจากความสัมพันธ์กับหัวใจ และเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของการตายติดอันดับหนึ่งของประชากรที่เป็นผู้ใหญ่ โดยปกติหัวใจคืออวัยวะที่เป็นกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบกับเครื่องจักรทั่วไป ที่มันมีหน้าที่ในการทำงานเสมือนเป็นเครื่องปั๊มน้ำ โดยที่หน้าที่ของมันคือการสูบฉีดโลหิตไปยังอวัยวะในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

อาการของโรคหัวใจ

1.เจ็บบริเวณหน้าอก โดยตำแหน่งที่เจ็บจะเจ็บบริเวณกลางหน้าอก หรือเยื้องไปทางด้านซ้าย จะมีอาการเจ็บแน่นๆ และรู้สึกอึดอัด เหมือนมีเข็มขัดรัดไว้ บางครั้งอาการอาจถึงขั้นรุนแรงถึงขั้นต้องหยุดทำกิจวัตรที่ทำอยู่ทันที เช่น หยุดเดิน หรือหยุดออกกำลังกาย โดยที่ต้องหยุดพักเพื่อให้อาการหายปวดแล้วจึงจะสามารถดำเนินกิจวัตรต่อไปได้

2.หอบเหนื่อยง่าย โดยอาการหอบจะแสดงอาการในช่วงเวลาของการออกแรง เช่น วิ่ง เดิน หรือทำงาน แต่สำหรับผู้ที่มีอาการถึงขั้นรุนแรงจะมีอาการเหนื่อยในขณะที่พัก หรือบางรายจะรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาในช่วงเวลาที่กำลังนอนราบ จึงจำเป็นต้องนอนหนุนบนหมอนสูง

3.มีอาการใจสั่น โดยหัวใจจะมีจังหวะการเต้นที่เร็วผิดปกติ หรือผิดจังหวะ บางครั้งก็เต้นไม่สม่ำเสมอ หรืออาจจะเต้นๆ หยุดๆ

ลักษณะอาการผิดปกติที่สามารถสังเกตได้

1.ขาหรือเท้าบวมโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งอาการลักษณะนี้คุณสามารถทดลองด้วยการกดไปที่เท้า จะมีรอบบุ๋มตามนิ้วที่กดลงไป และนั่นก็คือสัญญาณเตือนที่สะกิดให้คุณรู้ว่าคุณอาจจะอยู่ในภาวะที่หัวใจลมเหลว

2.ปลายมือ ปลายเท้า รวมทั้งริมฝีปากมีลักษณะสีเขียวคล้ำ ซึ่งอาการดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าทางเดินของเลือดในหัวใจที่ห้องขวากับห้องซ้ายนั้นมีการเชื่อมต่อที่ผิดปกติไปจากเดิม โดยจะส่งผลทำให้เกิดการผสมของเลือดแดงกับเลือดดำ จนทำให้ปริมาณของออกซิเจนในเลือดมีปริมาณที่ลดลงตามไปด้วย

การรู้ทันโรคหัวใจด้วยการหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ที่แสดงออกมาให้เห็น จะมีส่วนทำให้คุณสามารถปรับตัวเพื่อสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวได้ หรือบางคนที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจอยู่แล้ว ก็สามารถดูแลสุขภาพร่างกาย เพื่อให้อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

โรคหอบคืออะไร? เร่งทำความเข้าใจเพื่อรับมือได้ทันท่วงที

โรคหอบคืออะไร? เร่งทำความเข้าใจเพื่อรับมือได้ทันท่วงที

โรคหอบมักเกิดขึ้นในวัยเด็กและเป็นได้เรื่อยมาจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ บางคนอาจจะเป็นแค่ในช่วงที่ยังเล็ก แต่สำหรับบางคนอาจเป็นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นั่นเพราะผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ไม่ดีพอนั่นเอง การรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคหอบ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อที่ผู้ป่วยจะสามารถป้องกัน รวมทั้งสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง วันนี้เราหยิบเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับโรคหอบมาฝากกัน ถ้าอยากรู้ว่าจะน่าสนใจมากแค่ไหน ก็ต้องตามไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

โรคหอบคืออะไร

โรคหอบ คือ โรคที่เกี่ยวกับหลอดลมมีการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลทำให้เซลล์ต่างๆ มีการรวมตัวสะสมอยู่ที่เยื่อบุผนังหลอดลม จนทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ ดังนั้นผลที่เกิดจากการอักเสบจึงมีส่วนทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมมีการหนาตัว ส่วนบริเวณของกล้ามเนื้อหลอดลมเกิดการหดเกร็งตัว จึงทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ รู้สึกแน่นที่หน้าอก และหายใจมีเสียงหวีด แต่ทั้งนี้อาการหอบเหนื่อยจะเกิดขึ้นทันที่ที่ร่างกายได้รับสารภูมิแพ้

สาเหตุของการเกิดโรคหอบ

สาเหตุของการเกิดโรคหอบ สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันนั่นก็คือ สาเหตุที่เกิดจากสารภูมิแพ้ในบ้าน และสารภูมิแพ้นอกบ้าน ลองมาดูเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวสารภูมิแพ้ทั้งสองชนิดกันดีกว่า

1.สารภูมิแพ้ในบ้าน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าในบ้านมีสารภูมิแพ้จริงหรือ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าภายในบ้านก็มีสารภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดโรคหอบได้เช่นกัน เพราะบ้านถือเป็นแหล่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหอบได้ เนื่องจากมลภาวะภายในบ้านอย่าง เกสรดอกไม้ รา รวมทั้งฝุ่นผงที่ติดอยู่ตามตู้ หน้าต่าง ผ้าม่าน เป็นต้น ซึ่งเกิดจากการทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังมีสารภูมิแพ้ที่มาจากสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ในบ้านอีกด้วย เช่น แมว สุนัข หนู และนก โดยสารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ก็คือ ปัสสาวะ อุจจาระ ขน น้ำลาย และรังแคของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น นอกจากนี้ อาจรวมไปถึงสัตว์ที่มาพร้อมกับสิ่งสกปรกอย่างมด แมลงสาป และอื่นๆ และยังรวมไปถึงสารเคมีชนิดต่างๆ อีกด้วย

2.สารภูมิแพ้นอกบ้าน

สำหรับสารภูมิแพ้นอกบ้านถือเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมมันได้ หากแต่คุณสามารถป้องกันได้ด้วยการใช้หน้ากากอนามัยเมื่อต้องผ่านจุดที่มีสารภูมิแพ้ อย่างเช่น เกสรดอกไม้ริมทาง เชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น สปอร์ของเชื้อรา รวมไปถึงอากาศที่เย็นหรืออุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงxก็มีส่วนทำให้เกิดโรคหอบได้

 

วิธีการรักษาโรคหอบหืด

1.ผู้ป่วยและญาติ ควรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหอบ รวมถึงยารักษาโรคหอบ เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับแพทย์ในการรักษาในแต่ละครั้ง

2.แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการรักษาหลอดลมอักเสบ โดยการรักษานี้อาจใช้เวลานาน และผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะมีความเข้าใจว่าต้องใช้ยารักษาด้วยยารักษาโรคหอบ เช่น ยาพ่นสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดการอักเสบ และการใช้ยาขยายหลอดลมเพื่อบรรเทาอาการหอบนั่นเอง

วิธีการป้องกันโรคหอบหืด

1.ย้ายสัตว์ออกจากบริเวณบ้าน หากไม่สามารถย้ายออกจากบ้าน ก็ไม่ควรนำมาวางไว้ในห้องนอน ซึ่งเป็นห้องที่คุณมีโอกาสใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านั้นได้มากที่สุด

2.ไม่ควรใช้พรมภายในห้องนอน เพราะพรมถือเป็นสิ่งที่กักเก็บฝุ่นได้ดี อีกทั้งยังยากต่อการทำความสะอาดให้หายหมดจดอีกด้วย

3.ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ โดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรองเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาด

4.หมั่นล้างปลอกหมอนและผ้าปูเตียงทุกสัปดาห์ โดยแนะนำให้ใช้น้ำที่มีความร้อนมากกว่า 55 องศาเซลเซียส

5.ไม่ควรนำตุ๊กตามาวางไว้ในห้องนอน หากรู้ตัวว่าเป็นโรคหอบ หรือแพ้ฝุ่นง่าย

โรคหอบไม่ใช่โรคที่น่ากลัวสำหรับผู้ป่วยโรคหอบอีกต่อไป หากผู้ป่วยเข้าใจและรู้ถึงวิธีการรักษา รวมทั้งวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้อาการยิ่งแย่ลง เพียงแต่ต้องหมั่นทำความเข้าใจและทำจิตใจและเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลานั่นเอง